แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถใหม่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถใหม่ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

รถใหม่ Renault Clio RS 200 EDC อีกระดับของความสปอร์ต


Renault เปิดตัวโมเดลใหม่ล่าสุดในอนุกรม Clio RS 200 ในเวอร์ชั่น EDC ที่พัฒนาขึ้นอีกระดับโดยเน้นสมรรถนะให้มีความเป็นสปอร์ตมากขึ้น จากการเปลี่ยนไปใช้คลัทช์คู่ และ อัพเกรดพละกำลัง 1.6ลิตรเทอร์โบขึ้นไปเป็น 200 แรงม้า

รถใหม่ Renault Clio RS 200 EDC


รถใหม่

Renault Clio RS 200 EDC รายละเอียดภายนอกที่ถูกปรังแต่งขึ้นใหม่บนพื้นฐานเดิมนั้นประกอบไปด้วยชุดกันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้างที่ออกแบบขึ้นใหม่ โดยเฉพาะกันชนหลังที่ดีไซน์ให้มี Diffuser หลังในตัว และรับกับท่อไอเสียทรงเหลี่ยมซ้าย-ขวา รวมถึงชุดล้ออัลลอยด์ขนาดใหญ่ 17 นิ้ว สีเทา Silver Grey “Tibor” ซึ่งทางต้นสังกัดจัดเตรียมความสปอร์ตไว้ให้อีกระดับด้วยล้อขนาด 18 นิ้ว สีดำ Gloss Black และ Dark Gun Metal เอาไว้ให้เลือกจ่ายเงินเพิ่มอีกด้วยเช่นกัน ส่วนชุด Aerodynamic Part ที่ติดตั้งเข้าไปนั้นได้ผ่านการออกแบบจากอารยกรรมของรถสูตร 1เพื่อให้มีศักยภาพสูงสุด โดย Diffuser หลังนั้นสามารถสร้างแรงกด Downforce ได้มากถึง 80% และอีก 20% นั้นเกิดจากสปอยเลอร์หลัง สำหรับในด้านหน้าหล่อล่ำด้วยกระจังหน้าที่มาพร้อมสัญลักษณ์ R.S. วางตำแหน่งใต้โลโก้ Renault ติดตั้งไฟ Daytime Runing Light แบบ LED ไว้บริเวณช่องดักอากาศกันชนหน้า


ภายในห้องโดยสารเน้นโทนสีดำเป็นหลัก และเพิ่มความโดดเด่นด้วยสีแดงในรายละเอียดต่างๆ เพื่อเน้นอารมณ์ของความเป็นสปอร์ตขึ้นอีกระดับ เช่น แผงประตู พวงมาลัย หัวเกียร์ คอนโซลเกียร์ กรอบช่องแอร์ เข็มขัดนิรภัย และยังรวมถึงการเดินด้านแดงในส่วนของงานเย็บทั่วทั้งห้องโดยสารอีกด้วยเช่นกัน ใส่ความแตกต่างให้กับแป้นเปลี่ยนเดียร์หลังพวงมาลัยด้วยสีโทนโลหะ Dark Metal เช่นเดียวกับพื้นหลังของมาตรวัด สำหรับเบาะนั่งนั้นดีไซน์สไตล์ Bucket Seat ที่เน้นความสบายเป็นหลัก และยังโอบกระชับรับสรีระด้วยการออกแบบให้ส่วนปีกด้านข้างที่สูง และสวยสปอร์ตด้วยการหุ้มหนังเดินด้ายแดง สุดท้ายคอนโซลกลางโดดเด่นด้วยวัสดุสีดำเงาแบบ Black Lacquer ตัดขอบด้วยโครเมี่ยม

รถใหม่ Renault Clio RS 200 EDC


หัวใจหลักแห่งสมรรถนะ คือ เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร เทอร์โบ คลัทช์คู่ เกียร์ 6 สปีด EDC ที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นใหม่โดยแผนก Renault Sport Technologies ส่วนพละกำลังที่ซุกซ่อนไว้ก็อยู่ในระดับ 200 แรงม้า พร้อมแรงบิด 240 นิวตันเมตร พร้อมถ่ายทอดพละกำลังเต็มอัตราด้วยตัวเลขจาก 0-100 กม./ชม. ใน 6.7 วินาที ทะยานไปถึง 1,000 ม. ได้ใน 27.1 วินาที และมี Top Speed สูงสุดเหยียบได้ถึง 230 กม./ชม. และไม่ใช่เพียงแค่ขุมพลังเท่านั้นที่ผ่านการอัพเกรดมา เพราะทาง Renault Sport ยังได้ลงมือปรับปรุงแชสซีร์ใหม่โดยพยายามเน้นองค์ประกอบหลัก คือ นุ่มนวล ตอบสนองเฉียบคม ยึดเกาะถนนเนเยี่ยม และหยุดยั้งได้อย่างมั่นใจ ซึ่งระบบช่วงล่างที่ใช้นั้นยังคงเป็นแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท แต่มีการปรับเซ็ทให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อรองรับสมรรถนะที่สูง และล้อที่มีขนาดใหญ่ จึงทำให้ต้องเปลี่ยนไปใช้โช๊คอัพ และลูกปืนโช๊คอัพที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เช่นเดียวกับระบบเบรกที่อัพเกรดขนาดจานดิสก์ด้านหน้าขึ้นไปเป็น 320 มม. ขนาดเท่ากับ Renault Laguna V6 สำหรับช่วงล่างด้านหลังนั้นเปลี่ยนไปใช้เหล็กกันโคลงที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 60% เพื่อเน้นความแข็งแกร่ง ส่วนจานเบรกหลังอัพไซส์เป็น 260 มม. ทั้งยังติดตั้งระบบล็อคเฟืองท้ายแบบอิเล็คทรอนิคส์มาให้เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่

รถใหม่ Renault Clio RS 200 EDC


สำหรับผู้ที่ยังคิดว่า รถใหม่ Renault Clio RS 200 EDC ยังให้ความสปอร์ตได้ไม่สะใจพอ ทางต้นสังกัดยังมีออพชั่นเสริมให้เสียเงินเพิ่มกับชุดช่วงล่างแบบ Sport และแบบ Cup ให้เลือก ซึ่งแบบ Cup นั้นจะสปอร์ตแบบสุดขั้วด้วยการปรับลดความสูงลงมาให้อีก 3 มม. เซ็ทช่วงล่างให้แข็งขึ้นอีก 15% และระบบพวงมาลัยตอบสนองฉับไวขึ้นอีกระดับ มีโหมด R.S. Drive ติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งสามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ 3 ระดับ คือ Normal, Sport และ Race เสริมด้วยระบบ Launch Control ช่วยเพิ่มความเร้าใจยามออกสตาร์ทด้วยการล็อครอบเครื่องยนต์เอาไว้ที่ 2,500 รอบต่อนาที



วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

รถใหม่ Peugeot 2008


รถใหม่ 2014 Peugeot 2008

Peugeot ต่อยอดความสำเร็จจากโมเดล 3008 รถ Crossover ด้วยรถอเนกประสงค์รุ่นใหม่ล่าสุด Peugeot 2008 ซึ่งรถใหม่คันนี้เตรียมจะเปิดตัวในช่วงถดูใบไม้ผลิปีนี้ โดย Peugeot 2008 จะเป็นรถ SUV ที่มีขนาดตัวรถยาว 4.16 ม. กว้าง 1.74 ม. มีจุดเด่นอยู่ที่อรรถรสการขับขี่ที่น่าตื่นเต้น พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง และอำนวยความสะดวกสบายได้ดี สามารถใช้งานได้ทั้งในเมือง และนอกเมือง ด้วยการติดตั้งล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้วมาให้เป็นมาตรฐานพร้อมด้วยยาง Mud&Snow รับกับซุ้มล้อขนาดใหญ่ ที่เสริมความบึกบึนแข็งแกร่งด้วยชุดกันชนทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และสเกิร์ตข้างสีดำทั้งยังติดตั้งแผ่นสแตนเลสในส่วนของชายประตูหน้า และหลัง เพื่อเพิ่มความโดดเด่น และป้องกันรอยขีดข่วนที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งาน

มุมมองด้านหน้าสะดุดตาด้วยกระจังหน้าที่โดดเด่น และยกสูงรับกับฝากระโปรงหน้าที่ดีไซน์ด้วยเส้นสายพริ้วไหว ติดตั้งชุดไฟหน้าที่เฉียบคม พร้อมชุดไฟ LED Daytime Runing Light ไว้ภายในโคม แนวเส้นหลังคาโค้งมนได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถสปอร์ตในค่ายอย่าง RCZ เพิ่มความหรูหราด้วยชุดหลังคาแบบ Panoramic สำหรับด้านหลังเปี่ยมด้วยความแข็งแกร่ง วางขอบห้องเก็บสัมภาระท้ายไว้ต่ำ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการขนสัมภาระ สร้างจุดสนใจด้วยไฟท้ายขนาดใหญ่ดีไซน์เฉี่ยวส่องสว่างด้วยชุดไฟ LED แบบ 3 แถว ภายในห้องโดยสารนั้นมากับการตกแต่งด้วยวัสดุเกรดดี มีให้เลือก 2 สไตล์ แต่รายละเอียดส่วนใหญ่จะยังไม่เปิดเผย

รถใหม่ 2014 Peugeot 2008


ส่วนช่วงล่าง และล้อได้รับการปรับแต่งให้สามารถรองรับน้ำหนักได้ที่ราวๆ 1,045 กก. จากพื้นฐานของแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมคานขวางรับน้ำหนัก Crossmember ชุดสปริง และโช๊คอัพที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ เพื่อให้มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีนุ่มนวล และมีเสถียรภาพ พร้อมด้วยโหมดการขับขี่ที่สามารถเลือกได้ให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง คือ หิมะ (Snow), Off-Road, ทราย (Sand) และ ESP Off เพื่อเพิ่มความเร้าใจแบบไร้เสภียรภาพ โดยชุดล้อและยางที่ใช้จะมีให้เลือก 2 ขนาดคือ 215/60 R16 หรือ 205/50 R17 โดยทุกเวอร์ชั่นของ 2008 จะติดตั้งระบบความปลอดภัย ESP, ASR, CDS, EBA และ EBFD มาให้เป็นมาตรฐานทำงานควบคู่กับระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ ในรุ่นท็อปจะมากับดิสก์เบรกด้านหน้าขนาด 266 x 22 มม. และด้านหลังขนาด 283 x 26 มม. ส่วนความยาวฐานล้อ 2.54 ม. นอกจากจะทำให้ห้องโดยสารกว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ห้องโดยสารด้านหลังแล้ว ยังช่วยให้ 2008 มีห้องเก็บสัมภาระที่กว้างขวาง และขนาดใหญ่ สามารถบรรจุสิ่งของที่มีความสูง 60 ซม. ได้แบบสบายๆ ทั้งยังเพิ่มพื้นที่ความจุได้ด้วยการพับเบาะหลังแบบ 60/40

รถใหม่ 2014 Peugeot 2008


รถใหม่

มีรายละเอียดด้านสมรรถนะเปิดเผยคร่าวๆ เพียงเทคโนโลยีของเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 1.2 ลิตร e-VTi นี้ ได้ผ่านการพัฒนามาเพื่ออให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในเรื่องจของการประหยัดเชื้อเพลิง และลดมลพิษ ทั้งยังสามารถลดน้ำหนักลงได้ถึง 21 กก. เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 4 สูบ แต่กลับให้พละกำลังที่ใกล้เคียงกัน โดยรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน e-VTi เคลมอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ต่ำราว 3.8 ลิตร/100 กม. หรือ 61.8 ไมล์/แกลลอน และมีความสะอาดอยู่ที่ 99 กรัม/กม. ส่วนรุ่นดีเซล e-HDI ที่ 98 กรัม/กม. จากการติดตั้งฟังค์ชั่น Stop&Start

รถใหม่ 2014 Peugeot 2008


นอกจากนี้ยังมีรถ รุ่น ใหม่ที่ปล่อยออกมาเพื่อความสะใจอย่างรุ่นเทอร์โบอีก 2 รุ่น จากพื้นฐานเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร e-THP ที่วิศวกรได้ปรับปรุงระบบระบายความร้อนใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้พละกำลังแรงบิดเพิ่มขึ้นอีกราวๆ 45% รวมถึงมีอัตราสิ้นเปลืองที่ดีขึ้น 15-20% อีกด้วย อีกทั้งยังมีน้ำหนักที่เบากว่าเครื่องยนต์ 4 สูบหายใจเองอยู่ราวๆ 12 กก. ส่วนเรี่ยวแรงที่ติดตีวมานั้นจะอยู่ที่ 110 แรงม้า พร้อมแรงบิด 205 นิวตันเมตร และ 130 แรงม้า ที่มากับแรงบิด 230 นิวตันเมตร